ไม่มีการเอาคืนใคร ด้วยวิธีใดที่สๅสม แก่ใจ เท่ากับ “การให้อภัย”

ธรรมะ

อีกหนึ่งบทความดีๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองมาดีๆ ไม่ใช่บุญจากการให้ทรัพย์เป็นทาน แต่…เป็นบุญที่ต่อยอดจากทรัพยทานขึ้นมาเป็น ‘อภัยทาน’

กล่าวคือ เมื่อไม่หวงทรัพย์ได้แล้ว ก็ควรที่จะฝึกเลิกหวงความพยๅบๅท ด้วย

ผู้ไม่ฝึกอภัยไว้แต่เนิ่นๆ เรื่องเล็กก็ไม่ไหว พอนานไปก็เป็นคนโกรธง่ายหายยาก

อยากเลิกนิสัยขี้หงุดหงิด โกรธง่ายหายยาก?

อารมณ์ไม่ค่อยดี มักมีที่มาที่ไป คือไม่ได้อย่างใจแล้วขัดเคืองง่าย สะท้อนให้เห็นว่าอยากเอาให้ได้อย่างใจมาก และอดกลั้นกับ ‘คลื่นรบกวน’ ได้ยาก

ทางที่จะไม่อารมณืเสียง่าย คือ ทุกครั้งที่รู้สึก ‘พุ่งๆ’ เหมือนอยาก เอาให้ได้อย่างใจมากๆ ให้เตือนตัวเองว่า…

 

นี่คือรากฐานอย่างที่สุดของความหงุดหงิดง่าย ขัดเคืองง่าย

เพราะถ้าอยากสิบ โลกมักให้แค่หนึ่ง หรืออย่างเก่งก็ไม่ถึงห้า!

เมื่อฉุกใจคิดได้ก็จะเห็นเรื่องผิดของความอยากเอาให้ได้อย่างใจจิตจะฉลาดขึ้นทีละนิด และใจเย็นกว่าเดิมทีละหน่อย

ส่วนทางที่จะอดกลั้นกับคลื่นรบกวนได้มากขึ้น ก็คือเพิ่มเหตุปัจจัยของ ‘ความหนักแน่น’ เช่น พูดคำไหนคำนั้น!

แม้แต่ตั้งใจกับตัวเอง ถ้าเป็นเรื่องดี เป็นคุณประโยชน์ อย่างไรก็ต้องทำให้สำเร็จ เช่น

จะสวดอิติปิโสให้ได้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ต่อให้ฟ้าไม่เป็นใจก็ต้องหาเวลาสักสามนาทีมาสวดให้จงได้

ถ้าทำอย่างนี้ เราจะพบเครื่องรบกวน ทั้งภายนอกภายในมาลองใจมากมาย

หากผ่านด่านสำเร็จ ก็เท่ากับฝึกเอาชนะคลื่นรบกวน ไม่แพ้คลื่นรบกวนง่ายๆแล้ว

พอทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จะรู้สึกว่า ใจหายหงุดหงิดง่ายไปกว่าครึ่งตั้งแต่เดือนแรกทีเดียว!